edit เพิ่ม 26/12/05 21.00 : แก้ไขคำผิด, เพิ่มเนื้อเรื่อง (ยังจะดันทุรังเพิ่มอีก ทั้งๆ ที่แค่คราวก่อนชาวบ้านก็ขี้เกียจอ่านชิบหายแล้ว)
edit เพิ่ม 27/12/05 18.40 : แก้ไขคำผิด, แก้ไขสำนวน
สวัสดีครับ
ไหนๆ วันนี้ก็ตรงกับวันคริสต์มาส
จะให้กระผมแกล้งทำเปนละเลยเหมือนวันธรรมดาๆ อีกวันก็กระไรอยู่
เนื่องในเทศกาลพิเศษอย่างนี้ ผมมีของขวัญมาฝากพ่อแม่พี่น้องครับ
ตำนานเล็กๆ น้อยๆ ครับ
.....
ขอต้อนรับทุกท่านสู่..
..ตำนานซานต้า..
นานแสนนานมาแล้ว ครั้งเมื่อโลกยังเยาว์ เหล่าสรรพสัตว์ มวลหมู่พฤกษชาติ และมนุษย์สองเท้ายังสนทนากัน
ฤดูกาลผันเปลี่ยนหนาวสู่ร้อน ร้อนสู่หนาว
และแล้วก็มาถึงคืนอันหนาวเหน็บคืนหนึ่ง ณ ดินแดนอันห่างไกล
ดินแดนซึ่งศาสดาใดๆ ไม่เคยย่างกรายผ่าน
ณ ดินแดนแห่งนั้นปรากฏบุรุษหนุ่มนามว่า โนแอล กำลังนั่งผิงไฟในบ้านของเขาเอง
ขณะที่กำลังนั่งผิงไฟอยู่นั่นเอง จู่ๆ เขาก็นึกสงสัยขึ้นมาในใจ
"ทำไมไฟถึงทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นได้หนอ? โอ้ความอบอุ่นทั้งหลายทั้งปวงที่ข้าได้รับ จะมาจากกองไฟกองเล็กๆ เท่านี้ได้อย่างไร"
โนแอลไม่ยอมให้ความคิดของเขาหยุดลงแค่ความสงสัย ด้วยเขาเชื่อว่ามันจะกัดกร่อนสติปัญญาของเขาไปเรื่อยๆ
ด้วยเหตุนี้เขาจึงพยายามหาคำตอบเพื่อไขข้อสงสัยของตัวเองให้กระจ่าง แต่ไม่ว่าเขาจะเค้นขี้เลื่อยคิดสักแค่ไหนก็ไม่ได้คำตอบเสียที
ทางออกอีกทางของเขาคือการซักถามจากผู้รู้!
เขาเรียกสุนัขคู่ใจของเขา ซึ่งมีนามว่า ลูเธีย เข้ามานั่งข้างๆ เขา ตรงหน้าเตาผิงอันเดียวกันนั่นแหละ
แล้วบทสนทนาบั่นทอนสติปัญญาก็เริ่มขึ้น..
"ลูเธียเอ๋ย, ข้าเรียกเจ้ามานั่งข้างๆ ข้าที่หน้าเตาผิงแบบนี้ เจ้ารู้สึกอบอุ่นกว่าตอนที่เจ้านั่งอยู่ตรงมุมห้องมืดๆ ตรงนั้นหรือไม่?" โนแอลเปรยถาม สายตาของเขายังคงจับจ้องที่เปลวไฟ
ลูเธียฟังคำถามแบบงงๆ ตอบแบบพาซื่อไปว่า "โนแอลเพื่อนยาก, จากใจจริงเลยนะ ข้าเองก็อยากช่วยไขข้อสงสัยของท่านเหลือเกิน แต่ติดตรงที่ว่าข้าเองก็ไม่รู้ว่าไอ้คำว่าอบอุ่นมันแปลว่าอะไรนี่สิ - -"
โนแอลบ่นอุบ "อ้าว สัตว์นี่, ข้าเองฤก็นึกว่าไหนๆ ไอ้คนเขียนก็อุตส่าห์กำหนดให้พวกเจ้าฉลาดแสนรู้จนเข้าใจภาษาคนแล้ว ไม่นึกเลยว่าแค่คำง่ายๆ อย่างคำว่าอบอุ่นเจ้าก็ดันไม่เข้าใจไปเสียฉิบ"
"เอาน่าโนแอล, ก็ไอ้คนเขียนมันเสือกกำหนดมาให้ข้าไม่รู้นี่นา ช่วยไม่ได้, ท่านก็เพียงแค่อธิบายให้ข้าฟังเท่านั้นแหละ ว่าอบอุ่นมันแปลว่าอะไร พอข้าเข้าใจความหมายของมัน ข้าก็จะสามารถตอบคำถามของท่านได้เองแหละ" ลูเธียตอบพลางพยายามข่มโทสะที่จะไม่ด่าโนแอลคืนว่าไอ้มนุษย์ เพราะมันรู้ว่าถึงด่าไปมันก็ไม่ทำให้เขาเจ็บแสบแม้แต่น้อย
"สมองเอ๊ย! ง่ายๆ ไอ้คำว่าอบอุ่นน่ะมันก็คือความรู้สึกประมาณว่า อืมมมมมมม อะบรึ๋ยกึ๋ยสะเบือมๆๆกระเดื๊อกๆ เยือมบรัมสะเตรืองๆ อุดีๆ ประมาณนี้แหละ" โนแอลตอบพร้อมแสดงสีหน้าท่าทางแปลกๆ
"โถ! อธิบายมาแบบนี้กูคงจะเข้าใจอยู่หรอกนะไอ้มนุษย์!" ลูเธียด่าอย่างเหลืออด
"แล้วจะให้ข้าอธิบายอย่างไรเล่า?"
(ถึงบรรทัดนี้ ผู้อ่านบางท่านอาจอยากเอาคีย์บอร์ดฟาดหัวใครซักตัวในสองตัวนี้ ไม่ก็ฟาดหัวไอ้คนเขียน)
"เอาอย่างนี้ดีไหมโนแอล, ท่านก็ลองทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ดูสิ" ลูเธียเสนอ
"ยังไงฤ?" โนแอลสงสัย
"ง่ายๆ ท่านแค่ก็กำหนดให้ข้าเปลี่ยนตำแหน่งที่ข้านั่ง ระยะทาง และมุมอะซิมุธระหว่างข้ากับเตาผิงเรื่อยๆ โดยกำหนดเสียให้ค่าเหล่านี้เปนตัวแปรต้น ทุกๆ ครั้งที่เปลี่ยน ข้าก็จะอธิบายความแตกต่างที่ข้าสามารถสัมผัสได้ทั้งทางกายภาพ ชีวภาพ ชีวจิต จิตวิญญาณ ส่วนท่านก็คอยเก็บข้อมูลแล้วก็จดบันทึก แล้วก็สรุปผลให้ข้าฟังแบบคร่าวๆ ถึงตอนนั้นข้าก็คงจะอธิบายไอ้คำว่าความอบอุ่นได้แหละ ต่อให้ไม่ตรงเป๊ะ แต่ก็ใกล้เคียง ใช่ป๊ะล่า" ลูเธียจู่ๆ ก็เกิดปัญญาแตกฉานขึ้นมา ประดุจว่าวิญญาณกาลิเลโอเข้าสิง
"เอ่อ.. บอกตรงๆ เลยนะ ลูเธียเพื่อนยาก มึงทำกูงงว่ะสัตว์" โนแอลตอบ
"กูก็งง" ไอ้คนเขียนตะโกนเบาๆ
"เอาน่า ทำๆ ไปเถอะ แล้วข้าจะเริ่มต้นให้ละกัน" ลูเธียตัดบทง่ายๆ
"อืม.. ลองดูก็ได้" โนแอลรับสภาพแบบงงๆ
ทันใดนั้น, ลูเธียก็จัดแจงหาอุปกรณ์ ต่างๆ ที่จำเปน มากองสุมรวมกันที่กลางห้องเท่าที่จะสามารถหามาได้ ซึ่งก็ได้แก่ กระดาษ ปากกา (สมัยนั้นใช้ปากกาขนนก) ไม้บรรทัด ไม้เมตร ลิควิดเปเปอร์ เทอร์โมมิเตอร์ บารอมิเตอร์ แท็กซี่มิเตอร์ ไม้โปรแทรกเตอร์ คอมพิวเตอร์ แฮมเบอร์เกอร์ รถแทรกเตอร์ ฯลฯ จนพื้นที่กว่าครึ่งห้องถูกกลืนกินไป
“นี่เจ้าจะทำโปรเจครางวัลโนเบลเหรอครับไอ้ลูเธีย?” โนแอลฉงน
"ทำตามที่ข้าบอกก็พอ.." ลูเธียพูดเหมือนมีลับลมคมใน
โนแอลอ้าปากหมายจะทักท้วง แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ประตูบ้านของโนแอลก็เปิดผางขึ้นมาอย่างแรง
สายลมหนาวพัดพาเอาหิมะเข้ามากองในบ้าน ขณะที่แสงสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาพร้อมๆ กัน ทั้งคู่มองไปยังต้นกำเนิดแสง แต่ก็ไม่เห็นอะไรนอกจากความสว่างจ้าแยงตา จนมิอาจทนมองโดยไม่เอามือปิดตาได้
"นี่เจ้าเปนใคร มาเล่นอะไรแผลงๆ แถวนี้!" โนแอลตะโกนถามไปยังต้นกำเนิดแสง
"ข้าคือพระเจ้า!" เสียงสะท้อนดังก้องกังวาลไปทั่วบ้าน
"พระเจ้าจอร์จ! ท่านมาทำอะไรที่บ้านหลังเล็กๆ โกโรโกโสกลางป่าเขาหลังนี้?" ลูเธียถามบ้าง
"ข้าไม่ได้ชื่อจอร์จ!!" พระเจ้าตะคอกกลับไป
"อ้าวกรำ, ข้าได้ยินชาวบ้านเรียกยังงี้กันทั้งบ้านทั้งเมืองน่ะ ว่าแต่ท่านมาทำอะไรที่นี่ฤ?" ลูเธียถามอีก
"ที่เจ้าได้ยินนั่นมันคำอุทานเฟ้ย, และข้าก็มาที่นี่เพื่อหยุดยั้งไม่ให้พวกเจ้าท้าทายอำนาจของข้า!" พระเจ้าบอกจุดประสงค์ของการมาเยือน
"ท้าทายยังไงฤ?" โนแอลและลูเธียถามขึ้นมาเกือบจะพร้อมกัน
"สิ่งที่เจ้าเรียกว่าวิทยาศาสตร์ไง เหล่าผู้ต้องตายเอ๋ย" พระเจ้าตอบดุดัน
"วิทยาศาสตร์มันผิดตรงไหนฤทั่น?"
"เจ้าลองคิดดูสิ ถ้าโคเปอร์นิคัสไม่ถือกำเนิดขึ้นมา พวกเจ้าจะบอกว่าโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ หรือดวงอาทิตย์หมุนรอบโลก?
"แล้วถ้าชาร์ล ดาวินส์ไม่มีตัวตน เจ้าจะคิดว่าสิ่งมีชีวิตมีความแตกต่างกันเพราะวิวัฒนาการ หรือเพราะฝีมือการปั้นของข้า?
"แล้วถ้าไม่มีเคปเลอร์ เจ้าจะคิดว่าเอกภพนี้มีจุดกำเนิดตามทฤษฎีบิ๊กแบง หรือสรรพสิ่งเกิดจากการสร้างสรรค์โดยน้ำมือข้า?
"แล้วถ้าทักษิณไม่ได้เปนนายก เจ้าคิดดูว่าประเทศไทยจะสูงขึ้นขนาดไหน?"
(แทรก : คำถามสุดท้ายไอ้คนเขียนแอบใส่เอง อย่าไปใส่ใจเลย)
"อ่อ..ข้าเข้าใจละ พูดง่ายๆ ก็คือวิทยาศาสตร์หักล้างความเชื่อเกี่ยวกับอำนาจของท่าน ชิมิ" ลูเธียถาม
"เออสิวะ" พระเจ้าตอบ
"แล้วท่านจะมีข้อแลกเปลี่ยนอะไรมาเสนอ เพื่อที่จะให้เรายับยั้งการทดลองครั้งนี้ล่ะ" โนแอลเริ่มต่อรอง ทั้งๆ ที่ตอนแรกเขาเองก็กำลังจะทักท้วงไม่ให้ลูเธียทำการทดลองอยู่แล้ว
"เอาอย่างนี้ดีไหม ข้าจะจารึกชื่อของพวกเจ้าเอาไว้ในฐานะนักบุญก็แล้วกัน"
"ว้าว.. นักบุญ น่าสนใจนี่" ลูเธียตาลุกวาว
"ข้าไม่อาจรับข้อเสนอนี้!" โนแอลสวนขึ้นมาทันควัน "แค่มีชื่อว่าเปนนักบุญ ข้าไม่คิดว่ามันจะคุ้มค่านักหรอก ข้าต้องการมากกว่านั้น ชื่อเสียง เงินทอง อำนาจ บารมี"
พระเจ้าแอบนึกในใจ "ไอ้นี่มันร้ายเว้ยเฮ้ย ท่าทางจะเกลี้ยกล่อมไม่ง่ายเสียแล้ว"
ดังนั้นพระเจ้าจึงเสนอกลับไป "งั้นข้าจะให้อำนาจพิเศษและรูปโฉมอันงดงามแก่เจ้าด้วยเปนของแถม"
"เอาแบบที่ข้าต้องการจะได้ไหม?" โนแอลต่อรองอีก
"เจ้าประสงค์สิ่งใดว่ามาเลย" พระเจ้าตอบตกลง
"ข้าเองก็ดูทีวีอยู่บ่อยๆ นะ ชอบมากเวลามีแสดงตลก แล้วข้าก็ประทับใจในหน้าตาของดาวตลกคนนึงน่ะ"
"ใครฤ? ทำไมขนาดข้าอยู่กับท่านแทบตลอดเวลา ยังไม่รู้เรื่องเลย" ลูเธียสงสัย เขารู้สึกว่าตำนานนี้เริ่มจะออกทะเลเสียแล้ว
"ถั่วแระ เชิญยิ้ม!" โนแอลตอบแล้วยิ้มอย่างภาคภูมิ "ข้าอยากหน้าเหมือนถั่วแระน่ะ"
"ใครวะ? ถั่วแระ เชิญยิ้ม" พระเจ้าถามงงๆ ด้วยว่าบนสวรรค์ไม่มีทีวีให้ดู "หน้าตามันประมาณไหน?"
"โถ..บ้านนอกจังพระเจ้า ถั่วแระก็หน้ายาวๆ มีหนวด ไว้เคราเหมือนๆ แพะน่ะทั่น" โนแอลพยายามอธิบาย
"อืมมม แบบนั้นก็ได้ เจ้าจะได้ดังที่เจ้าประสงค์" พระเจ้าตอบด้วยพระสุรเสียงอันทรงอำนาจ
"ข้าเรียนขออีกอย่างนึงท่าน" โนแอลยังไม่หยุด
"อะไรอีกฟะ" พระเจ้าถาม
"ข้าเองก็ใฝ่ฝันอยากบินได้ด้วยปีกของตัวเองมานานแล้ว เพราะรู้สึกว่าเด๋วนี้ค่าตั๋วเครื่องบินมันแพงชิบหายเลยท่าน บินไปอุดรฯ ทีก็เกือบสองพัน ไม่เหลือตังไปแดกเบียร์ต่อ" โนแอลคร่ำครวญ
"เจ้าก็เอาบัตรแพล็ตตินั่มไปใช้สิวะ รูดปื๊ด รูดปื๊ด ได้ดับเบิ้ลพ้อยท์ คอนเฟิร์มตั๋วฟรีได้ภายในเจ็ดวัน สะดวกดีออก" พระเจ้าดันทันสมัยขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"แล้วท่านจะให้ข้าไปรูดที่ไหนเล่าเออ.. คิดหน่อยสิคิด" โนแอลบ่น
"เอ๊ะ..ไอ้นี่กวนตีนเว้ยเฮ้ย! เอาเถอะๆ เจ้าเอาปีกไปละกัน จะได้จบๆ.. วู้!" พระเจ้าตัดบทอย่างหัวเสีย
"ขอบคุณท่าน" โนแอลกล่าวอย่างซาบซึ้ง
พระเจ้าชูพระหัตถ์ทั้งสองข้างขึ้นไป ทันใดนั้น เมฆทั้งท้องฟ้าก็เหมือนถูกลมพายุปริศนาพัดพาให้มาจับตัวกันเปนก้อนมหึมาเหนือหลังคาบ้านของโนแอล แล้วก็บังเกิดเสียงฟ้าผ่าก็ดังเปรี้ยงๆ ติดกัน ทั้งโนแอล ลูเธีย และพระเจ้ารู้สึกวูบวาบหวั่นไหวประดุจว่าโลกทั้งใบจะถล่มทลายลงไปเสียให้ได้ ณ วินาทีนั้น (ทำไมพระเจ้าต้องเปนไปกะเค้าด้วยฟะ?)
แล้วทุกอย่างก็สงบลง...
และซานต้าก็ถือกำเนิดขึ้นมา..
ตั้งแต่บัดนั้น

"เฮ้ยไอ้มั่ว! นั่นมันซาตาน!!"
หมายเหตุ : เรื่องนี้ไม่ได้มีเจตนาเพื่อล้อเลียนหรือเสียดสีบุคคล ศาสนา หรือองค์กรใดๆ ทั้งสิ้น